• DEFNET

Tavor Story 1 : ต้นกำเนิดตำนานปืนบูลพับจากอิสราเอล

อัพเดตเมื่อ: 8 มี.ค. 2019

Tavor Family


บทกล่าวนำ

ประวัติความเป็นมาของ IWI Tavor เป็นเรื่องที่น่าสนใจทำให้ผมพยายามสืบค้นข้อมูลของตัวปืน เนื่องด้วยเป็นหนึ่งใน ปลย.หลักของกองทัพบกไทย ที่ประจำการในชื่อว่า ปืนเล็กยาวแบบ ๕๐ ทดแทนปืนเก่าๆอย่างปลย. M16 M16A1 หรือ ปลย.11 ที่ใช้มานาน ในบทความนี้จะกล่าวถึงการออกแบบ ตัวอย่างแรก ไปจนถึงปืนแบบต่างๆในตระกูลนี้มีออกมาให้เห็นในปัจจุบัน


ในปี 1991 บ.Israeli Military Industry Ltd.(IMI) ในขณะนั้น ได้เริ่มการพัฒนา ปลย.แบบใหม่ เพื่อทดแทนปลย.M16A1 และปลย.Galil ในตอนแรกแบบร่างของ Tavor เริ่มต้นจะเป็นการนำรูปทรงคร่าวๆของ ปลย.แบบ Bullpup ที่มีในช่วงนั้น มาวาดประกอบและเปรียบเทียบหาจุดที่ลงตัวของตัวเอง แม้ว่ายังไม่มีการออกแบบกลไกการทำงานอื่นๆของตัวปืน


แบบร่างของปืน Tavor


ในภาพร่างสุดท้ายมีเขียนกำกับว่า “AAR90” น่าจะเป็นชื่อแรกที่ถูกตั้งให้ Tavor ตัวปืนตั้งใจให้เป็นทรงแบบ Bullpup แนวลำกล้องอยู่ต่ำและค่อนไปในตัวโครงปืน


ขั้นตอนถัดไปในการพัฒนา ได้มีการสร้างตัวจำลองปืนเพื่อทดสอบการใช้งานในท่าต่างๆ

แบบจำลอง AAR9

แบบจำลอง AAR9

เปรียบเทียบท่ายิงแบบต่างๆกับปืนทรงธรรมดา



หัวหน้าทีมออกแบบอย่าง Zalman Shebs ได้แสดงภาพแบบจำลองขั้นต้นหรือไม่ก็ตัวต้นแบบ




ในที่สุด ตัวที่ใช้ทดสอบยิงจริงเสร็จสมบูรณ์ และปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1998


ต้นแบบ Tavor

ต้นแบบ Tavor ประกอบ ค.40 มม. แบบ M203

ในปี 1999 เริ่มทดสอบการใช้งานโดยกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล โดยได้ชื่อว่า Tavor TAR-21 (Tavor Assault Rifle,for 21 Century=ปลย.จู่โจมทาโวร์ สำหรับศตวรรษที่ 21) เพื่อทดสอบหาปัญหาและแก้ไขให้ตัวปืนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ตัวทดสอบโดย IDF


ตัวปืนเป็นแบบ Bullpup โครงปืนทำจากแผ่นโลหะสอดอยู่ในโครงโพลิเมอร์ขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวทั้งกระบอก(ด้ามปืน โกร่งไกปืน ช่องเสียบซองกระสุน ประกับรองมือ) ทำรูระบายแก๊ส ด้านละ 12 รู ลำกล้องความยาว 460 มม. ยึดกับโครงปืนโดยใช้สลักขัดกับร่องที่ท้ายลำกล้อง ห้องแก๊สขนาดใหญ่เป็นที่ยึดให้กับศูนย์เล็งหลักของปืน คันรั้งอยู่ด้านซ้าย วิ่งอยู่ในช่องที่ทำไว้ ต่อก้านมาดันกับชุดโครงนำลูกเลื่อน ส่วนของลูกสูบ ก้านสูบและโครงนำลูกเลื่อนเป็นชิ้นเดียวกัน ลูกเลื่อนมีขอรั้งปลอกและเหล็กคัดปลอกในตัว หมุนตัวโดยการไต่ลาดที่ทำไว้ที่ตัวลูกเลื่อนของสลักยึดลูกเลื่อน กันหลุดโดยมีแท่งบังคับโครงนำลูกเลื่อนขัดไว้อยู่ แหนบส่งลูกเลื่อนสอดอยู่ในก้านสูบ ด้านท้ายเป็นส่วนของการซับแรงกระแทกของชุดโครงนำลูกเลื่อนกับพานท้าย พานท้ายทำจากยางสำหรับช่วยซับแรงสะท้อนถอยหลัง และเปิดปิดเอาส่วนเคลื่อนที่ออกมา ชุดเครื่องลั่นไก เป็นแบบบล็อก อยู่ด้านหลังซองกระสุน ปรับจังหวะการยิงแบบ ห้ามไก ทีละนัด และอัตโนมัติ โดยจะต่อสะพานไกไปหาไกปืนที่อยู่ด้านหน้าช่องเสียบซองกระสุน คันบังคับการยิงจะเป็นแบบจำกัดระยะลากไกปืน (คล้ายๆปลย.Steyr AUG ของออสเตรีย) ช่องเสียบซองกระสุนรองรับซองมาตรฐานนาโต้ คันปลดซองอยู่ด้านหน้าของช่องเสียบซองกระสุน ประกับรองมือ ทำร่องไว้สำหรับติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. M203 กับใต้ลำกล้อง ศูนย์เล็งหลักเป็นกล้องสะท้อนภาพแบบจุดแดง


ในปี 2002 หลังจากได้รับการทดสอบและปรับปรุงให้เข้าที่เข้าทาง


ตัวมาตรฐาน TAR-21

ตัวปืนยังเป็นรูปทรง Bullpup โครงปืนเป็นโลหะสอดอยู่ในโครงปืนโพลิเมอร์ขึ้นรูปมาพร้อมกับด้ามปืน โคร่งไกปืน ช่องเสียบซองกระสุน และชุดพานท้าย ทำช่องระบายแก๊สด้านละ 4 ช่อง ลำกล้องยาว 460 มม. ยึดกับโครงปืนส่วนโลหะด้วย สลักแบบเฉพาะตัว ลำกล้องแบบ 6 เกลียวเวียนขวา ครบรอบที่ระยะ 177.8 มม. (7 นิ้ว) เคลือบโครเมียมทั้งในลำกล้องและรังเพลิง ห้องแก๊สใช้เป็นฐานสำหรับยึดให้กับ ศูนย์เล็งหลัก หรือชุดรางสำหรับใช้ติดตั้งกล้องช่วยเล็งแบบอื่นๆ คันรั้งอยู่เหนือแนวลำกล้องท้างด้านซ้าย ต่อก้านไปดันต่อชุดโครงนำลูกเลื่อน ในด้านที่ไม่ใช้งานจะเป็นรางติดอุปกรณ์แทน หูกระวินบน อยู่ถัดจากแนวคันรั้ง ส่วนของลูกสูบ ก้านสูบ และโครงนำลูกเลื่อนติดเป็นชิ้นเดียวกัน ลูกเลื่อนมีขอรั้งปลอกที่ใช้ลูกยางขอรั้งปลอก และมีเหล็กคัดปลอกที่หัวลูกเลื่อน บังคับให้หมุนตัวโดยสลักยึดเข็มแทงชนวนปีนกับลาดที่ตัวลูกเลื่อน กันหลุดโดยแท่งบังคับโครงนำลูกเลื่อน ชุดแหนบส่งลูกเลื่อนอยู่แนวเดียวกับก้านสูบ ด้านท้ายจะเป็นส่วนของการซับแรงกระแทกของชุดโครงนำลูกเลื่อนกับแผ่นปิดท้าย ช่องคัดปลอกทำไว้ทั้งสองด้านแต่จะมีแผ่นปิดด้านซ้ายเอาไว้ ชุดเครื่องลั่นไกเป็นแบบบล็อก ยึดกับโครงปืนด้วยสลักร้อย 2 ตัว เลือกปรับจังหวะ ห้ามไก ทีละนัด และอัตโนมัติ โดยจะต่อสะพานไกไปยังไกปืน โดยมีคันบังคับการยิงทำหน้าที่จำกัดระยะลากของไกปืนเป็นตัวกำหนดจังหวะการยิง คันบังคับการยิงอยู่ด้านซ้ายเหนือด้ามปืน โกร่งไกปืนเป็นแบบกันทั้งมือ ขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันกับโครงปืน ช่องเสียบซองกระสุนรองรับซองกระสุนมาตรฐานนาโต้ ด้านหน้าจะมีคันปลดซองกระสุน และด้านหลังจะเป็นตัวปลดการค้างลูกเลื่อนและเป็นฝาครอบชุดเครื่องลั่นไกด้านล่าง แผ่นปิดท้ายทำจากยางสำหรับซับแรงสะท้อนถอยหลัง ยึดด้วยสลัก 2 ตัว สำหรับถอดเอาส่วนเคลื่อนที่ออกมาทำความสะอาดได้ ประกับรองมือ สามารถถอดเปลี่ยนได้ ด้านล่างจะมีรูไว้สำหรับติดตั้งขาทราย หรือรางติดอุปกรณ์เสริมได้ สามารถติดเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. M203 โดยการถอดประกับรองมือออก และมีชุดเสริมการติดตั้งเข้ามา และมีแท่นติดดามปลายปืนสำหรับติดดาบปลายปืนแบบ M9 ได้ ปลายลำกล้องใช้ปลอกหักเหแรงดันแบบ M16A2 สามารถถอดออกแล้วติดตั้งปลอดลดเสียงได้ ศูนย์เล็งหลัก ใช้กล้องเล็งสะท้อนภาพ Meprolight 21M หรือ ITL MARS และมีศูนย์เหล็กสำรองทั้งศูนย์หน้าและศูนย์หลัง ด้านท้ายศูนย์หลังจะมีแท่นสำหรับติดกล้องช่วยเล็งแบบมีกำลังขยาย หรือ กล้องมองกลางคืน หรือศูนย์ช่วยเล็งสำหรับเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. ตัวปืน TAR-21 สำหรับคนถนัดซ้ายโดยจะทำการสลับด้านกับตัวปืนของคนถนัดขวา ซึ่งจะใช้ชิ้นส่วนเดิมได้เกือบทุกส่วนยกเว้นลูกเลื่อนที่ต้องเปลี่ยนเป็นของปืนซ้ายโดยเฉพาะวงรอบการทำงาน


ภาพตัดขวางของปลย. TAR-21

https://www.youtube.com/watch?v=blc8_J3mSUs


ในปี ค.ศ.2005 IMI Small Arms Branch ได้แยกตัวออกมาตั้งเป็น Israeli Weapon Industry Ltd. หรือ IWI และทำตลาดภายใต้แบรนด์ IWI นับแต่นั้นมา และปัจจุบัน IWI เป็นบริษัทในเครือของ SK Group ที่เป็นกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอิสราเอล


ปลย.TAR-21 ติดศูนย์เล็งหลัก Meprolight M21

ข้อมูลทางเทคนิค

  • ออกแบบโดย Israeli Military Industry,Small Arms Branch

  • ระบบการทำงานด้วยแก๊สดันต่อลูกสูบแบบช่วงชักยาว ลูกเลื่อนหมุนตัวขัดกลอนกับท้ายรังเพลิง

  • ขนาดกระสุน 5.56x45 มม. NATO M855/SS109

  • ลำกล้องขนาด 5.56 มม. แบบ 6 เกลียวเวียนขวา ครบรอบที่ระยะ 177.8 มม. (7 นิ้ว)

  • ลำกล้องยาว 460 มม. (18.1 นิ้ว)

  • ความเร็วปากลำกล้อง 910 เมตร/วินาที

  • อัตราเร็วการยิง 750-900 นัด/นาที

  • ระยะหวังผล 550 ม. ลงมา

  • ตัวปืนยาว 720 มม.

  • น้ำหนัก 3.27 กก.

  • ซองกระสุน STANAG Mag 30 นัด

  • ศูนย์เล็ง Meprolight M21 หรือ ITL MARS ศูนย์สำรอง Iron Sight


จบตอนที่ 1 ของ Tavor Story


เขียน และเรียบเรียงโดย : Gtd.77 จากเพจ GUN in The World


ดู 1,847 ครั้ง