• DEFNET

ACV ยานเกราะรุ่นใหม่ที่จะมาแทน AAV

อัพเดตเมื่อ: 12 พ.ค. 2019

#DEFNET #AAV #AmphibiousCombatVehicle #US #USMC

AAV-7A1 นาวิกโยธินสหรัฐ

ตั้งแต่ปี 2515 นาวิกโยธินสหรัฐใช้ยานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก AAV-7 ที่สามารถบรรทุกลูกเรือได้มากถึง 24 คนจากเรือลำเลียงพลไปยังชายฝั่งในระยะทางไม่เกิน 20 ไมล์ แต่ AAV7 นั้นมีเกราะที่เบาต่อการโจมตีของศัตรู นาวิกโยธินทั้งหมดในยานเกราะอาจจะเสียชีวิตได้ เมื่อเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ AAV7 ในอิรักในปี 2548 ในปี 2533สหรัฐจึงได้มีการเริ่มพัฒนายานเกราะสะเทิน้ำสะเทินบกทดแทน ในชื่อ EFV ซึ่งมีทั้งความเร็วและการป้องกัน แต่ในปี 2555 ได้ยกเลิกไป เพราะราคาสูงและประสิทธิภาพที่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ


EFV ซึ่งโครงการนี้ถูกยกเลิกไป

และแล้วในที่สุด AAV-7ก็มียานเกราะมาแทนที่ นั้นคือ Amphibious Combat Vehicle (ACV) จาก ฺBAE Systems โดยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2561 นาวิกโยธินได้เลือกระบบ BAE Systems เพื่อผลิต ACV โดยมีรายงานว่าสัญญาเริ่มต้นมูลค่า 198 ล้านดอลลาร์เพื่อการผลิตACV จำนวน 30 คัน ที่จะส่งมอบในฤดูใบไม้ร่วงปี 2562 และ โครงการ ACV ทั้งหมดจะส่งมอบยานเกราะมากถึง 700 คัน มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์


Amphibious Combat Vehicle (ACV) จาก ฺBAE Systems

โดย ยานเกราะ ACV มีสองรุ่น คือ ACV Increment 1.1 ที่เป็นยานเกราะที่มีความสามารถในการเคลื่อนที่ในน้ำ จำกัด ต้องมีการใช้งานใช้ยานเบาะลำเลียงพล (LCAC) หรือ เรือระบายพล เพื่อการขึ้นฝั่ง และ ACV Increment 1.2 ที่มีขีดสามารถเคลื่อนที่ในน้ำได้จากเรือยกพลขึ้นบกไปยังฝั่ง ซึ่ง ACV ทั้งสองรุ่นมีเกราะที่แข็งแกร่งและอาวุธที่ดีกว่า AAV-7


จากข้อมูลของ CRS นั้น ยานเกราะ ACV 1.1 สามารถบรรทุกทหารนาวิกโยธิน9นาย และพลประจำรถ2นาย ความสามารถในการเคลื่อนที่ในน้ำของACV 1.1 คือการที่สามารถปั่นข้ามทะเลไปในระยะ2-3ไมล์ เพื่อเดินทางจากเกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่งได้ ACV 1.1จะต้องสามารถใช้งานบนบกร่วมกับ M1A1 ในกองกำลังยานเกราะทั่วทั้งภารกิจของนาวิกโยธินได้ ACV 1.1 จะต้องให้การป้องกันจากวัตถุระเบิดต่างๆและผลกระทบที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการถูกระเบิดโดยตรง ACV 1.1 จะต้องสามารถยิง anti-structure and anti-armor missiles ได้และสามารถรองรับระบบการควบคุมและสั่งการที่มีใช้งานอยู่ได้


ในขณะที่ ACV 1.2 ต้องสามารถนำทหาร นาวิกโยธิน17นาย จากเรือยกพลขึ้นบกไปยังชายฝั่งได้ จากระยะมากกว่า 12 ไมล์ด้วยความเร็วไม่น้อยกว่า8น๊อตใน sea state 1 (ทะเลมีคลื่นได้สูง 3 ฟุต ) ACV 1.2 จะต้องสามารถปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังยานเกราะเพื่อการปฏิบัติการที่ยั่งยืนบนบกในภูมิประเทศทุกประเภท ความเร็วของถนนและภูมิประเทศของ ACV 1.2 จะมีความเร็วมากกว่าหรือเท่ากับ M1A1 ลักษณะการป้องกันของยานพาหนะควรสามารถป้องกันวัตถุระเบิดต่างๆและผลกระทบที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการถูกระเบิดโดยตรง ACV 1.2 ควรสามารถรองรับระบบควบคุมและสั่งการที่ใช้งานได้ทั้งในทะเลและบนบก ACV 1.2มีการติดตั้งปืนกลที่มีบนป้อมรีโหมดพร้อมระบบรักษาสมดุลเพื่อสนับสนุนทหารราบ


Amphibious Combat Vehicle (ACV) ขณะทำการทดสอบทะเล ซึ่งตอนนั้นมีคู่แข่งเป็นยานเกราะที่ออกแบบโดยใช้พื้นฐาน Terrex ของ สิงคโปร์

ACV ขณะออกจากเรือยกพลขึ้นบก USS Somerset (LPD-25) ในการปล่อยและรับกลับจากเรือยกพลขึ้นบก

ACV เป็นการพัฒนาเพื่อตอบรับกับนาวิกโยธินและกองทัพเรือที่กำลังพัฒนาแนวความคิดในการต่อสู้กับศัตรูที่มีเทคโนโลยีสูง เช่นจีนหรือรัสเซีย กุญแจสำคัญของนาวิกโยธินคือ แนวคิดการดำเนินงานขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการยกพลขึ้นบก โดยเริ่มการโจมตีด้วย Expeditionary Advance Bases เพื่อตัดทอนกำลังฝ่ายตรงข้ามสร้างความได้เปรียบให้ฝ่ายตนเอง โดยการใช้อาวุธปล่อยนำวิถีในการโจมตี ก่อนที่หน่วยสะเทินน้ำสะเทินบกจะยกพลขึ้นบนฝั่งของศัตรู ภายใต้แนวคิด EAB กองกำลังนาวิกโยธินจะกระจายออกไปเพื่อให้ยากต่อการกำหนดเป้าหมายและถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม และเพื่อการโจมตีด้วยอาวุธปล่อยมากขึ้นเพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องตนเองและมีส่วนร่วมในการรบต่อไปได้


จึงทำให้ยานเกราะสะเทินน้ำสะเทืินบก ACV ที่มีเกราะหนาและอาวุธกระแทกแรงขึ้นเป็นกุญแจสำคัญในแนวคิด


ที่มา

https://nationalinterest.org/blog/buzz/us-marine-corps-getting-new-armored-vehicles-can-swim-48957?fbclid=IwAR26DrBxHP6nl2rmpIOgqXwu-jiiXeUauvXTL_PB3O94XnfpisTKRujyPc0

แปล เรียบเรียงโดย ณภัทร ยลละออ

ดู 150 ครั้ง