• DEFNET

จากเกาหลีเหนือถึงซีเรีย พันธมิตรที่คาดไม่ถึง

#DEFNET #NKA #SRA


หน่วยรบพิเศษของเกาหลีเหนือขณะสวนสนาม

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีหรือที่เรียกกันง่ายๆว่า "เกาหลีเหนือ" นั้นมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับสาธารณรัฐอาหรับซีเรียมาอย่างยาวนาน และเป็นพันธมิตรด้านการทหารที่เก่าแก่ที่สุดและน่าเชื่อถือที่สุดของซีเรียในวันนี้


บุคลากรชาวเกาหลีได้ต่อสู้เคียงข้างกับชาวซีเรียในสงครามครั้งสำคัญของประเทศตั้งแต่ปี 1970 รวมถึงสงคราม ยมคิปปูร์(Yom Kippur) และสงครามเลบานอนที่ต่อสู้กับอิสราเอลที่อยู่ใกล้เคียง รวมไปถึงการต่อต้านอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันกับกลุ่มกบฏมุสลิมที่สนับสนุนโดยประเทศตะวันตก ด้วยความที่ซีเรียขาดฐานอุตสาหกรรมทางทหารอย่างรุนแรง ความช่วยเหลือของเกาหลีเหนือจึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้ระบบอาวุธสมัยโซเวียตของประเทศมีความทันสมัย ตั้งแต่ยานเกราะต่อสู้และปืนใหญ่ไปจนถึงอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยาน นอกจากนี้เกาหลีเหนือยังสนับสนุนซีเรียด้วยขีปนาวุธอย่าง Hwasong-5, Hwasong-6 และ KN-02 Toksa ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขัดขวางการโจมตีจากอิสราเอลที่อยู่ใกล้เคียง - ซึ่งนั่นก็ได้ให้ซีเรียมีความสามารทัดเทียมกับกองกำลังที่อยู่อย่างมากมายของฝ่ายตรงข้ามมาเป็นเวลายาวนาน


ด้วยความที่เกาหลีเหนือที่เข้าร่วมในกองทัพซีเรียมานาน และมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านสงครามและในยามสงบความช่วยเหลือจากเกาหลีจึงเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับการทำสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ของซีเรีย การสนับสนุนของเกาหลีเหนือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับเครือข่ายระบบป้องกันภัยทางอากาศสู่ซีเรีย ในขณะที่รัสเซียปฏิเสธที่จะจัดหาระบบป้องภัยทางอากาศที่มีระยะไกลที่ทันสมัยกว่าให้ได้ รวมไปถึงทางอิหร่านก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้


สิ่งนี้มีบทบาทสำคัญในการทำให้เกิดการโจมตีทางอากาศในซีเรีย ทั้งโดยอิสราเอลและโดยกลุ่มประเทศตะวันตก ซึ่งโอกาสในการประเมินประสิทธิภาพของระบบการป้องกันภัยทางอากาศสมัยสหภาพโซเวียต ที่ซึ่งเมื่อเทียบกับระบบอาวุธตะวันตกรุ่นล่าสุดที่สร้างขึ้นนั้นมีค่าอย่างยิ่งสำหรับเกาหลีเหนือที่จะสามารถประเมินประสิทธิภาพของอาวุธยุคใหม่


รัฐบาลซีเรียได้กล่าวขอบคุณเกาหลีเหนือที่ให้การสนับสนุนอย่างกว้างขวางแก่ทั้งภาคสาธารณะสุข นับตั้งแต่มีการเกิดขึ้นของสงครามเพื่อช่วยบรรเทาวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่ซีเรีย นอกจากนี้ยังมีรายงานจำนวนหนึ่งระบุว่ากองทัพแห่งประชาชนเกาหลี (KPA / กองทัพเกาหลีเหนือ) ได้มอบหมายให้หน่วยทหารจำนวนหนึ่งไปยังซีเรียเพื่อช่วยเหลือซีเรียโดยตรง การเคลื่อนไหวดังกล่าวแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโดยมีเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของเกาหลีเหนือปฏิบัติงานในการยิงปืนใหญ่ในช่วงสงครามเลบานอน และนักบินของเกาหลีเหนือที่ใช้เครื่องบินของโซเวียตต่อสู้กับกองทัพอากาศอิสราเอลในช่วงสงครามคมยิปปูร์



ด้วยความเสี่ยงขั้นรุนแรงในช่วงเดือนกันยายน 2558 ที่ดามัสกัสจะมีโอกาสตกอยู่ในมือของกลุ่มก่อการร้ายอย่าง Al Qaeda ที่ร่วมมือกับกลุ่มก่อการร้าย Al Nusra มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเกาหลีเหนือจะการใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อปกป้องพันธมิตรที่แสนจะสำคัญอย่างซีเรีย


หน่วยรบพิเศษของเกาหลีเหนือขณะกำลังซ้อมรบ

ความช่วยเหนือทางทหารของเกาหลีเหนือต่อซีเรียทำให้มุมมองเชิงยุทธศาสตร์ของเกาหลีเหนือต่อซีเรียนั้น ถือว่าเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตที่ทำให้เหล่าประเทศที่เคยเป็นพันธมิตรของอดีตสหภาพโซเวียตนั้นถูกโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้น


และการช่วยเหลือของเกาหลีนั้นยังเป็นการช่วยทำให้ซีเรียรอดพ้นจากนโยบาย Western Block ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลางของฝ่ายสหรัฐและพันธมิตรฝั่งตะวันตก ซึ่งเมื่อสหรัฐและพันธมิตรฝั่งประเทศตะวันตกนั้นรับรู้ถึงภัยคุกคามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เด่นชัดมากขึ้น ทำให้สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรนั้นไม่สามารถหันไปสนใจฝั่งเอเชีย-แปซิฟิค ได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของเกาหลีในการแบ่งแยกกองกำลังสหรัฐฯในช่วงสงครามเวียดนาม


การปฏิบัติการในซีเรียของเกาหลีเหนือนั้น เป็นการไปซีเรียพร้อมกับที่ปรึกษาทางทหารและช่างเทคนิคซึ่งยังรายงานว่ามีหน่วยกองกำลังพิเศษขั้นสูงซึ่งเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของเกาหลีเหนือ ทหารของกองทัพเกาหลีมีกองกำลังหน่วยรบพิเศษจำนวนมากที่สุดในโลกด้วยจำนวนประมาณ 180,000 คน มีความสามารถขั้นสูงและมาตรฐานการฝึกอบรมที่ยอดเยี่ยมของหน่วยเหล่านี้แสดงให้เห็นในระหว่างการเผชิญหน้ากับทหารเกาหลีใต้ในเหตุการณ์การแทรกซึมของเรือดำน้ำ Gangneung เมื่อปี 1996 เมื่อสมาชิกสามคนของกองกำลังพิเศษของเกาหลีเหนือเริ่มติดอยู่ทางใต้ของเส้นขนานที่ 38th ทหารเหล่านี้สามารถหลบเลี่ยงทหารเกาหลีใต้หลายพันคนที่ได้รับมอบหมายเพื่อค้นหาพวกเขาเป็นเวลา 49 วัน เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาสองคนถูกพบและจัดการ พวกเขาได้สังหารทหารเกาหลีใต้สิบสองคนและทำให้ทหารบาดเจ็บอีก 39 คน และคาดว่าจะกลับไปเกาหลีเหนือได้สำเร็จอีกด้วย


เมื่อเทียบกับเกาหลีใต้ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังที่ใหญ่ที่สุด, เป็นมืออาชีพมากที่สุด, ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีและมีอาวุธติดอาวุธหนักมากที่สุดในโลก และกับกองกำลังพิเศษของเกาหลีเหนือที่ได้รับการฝึกฝนให้ทำงานภายใต้แนวรบของศัตรู กองกำลังของกลุ่มกบฏมุสลิมในตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะได้รับการฝึกฝนและไม่ดี ในเดือนมีนาคม 2559 ผู้แทนกองกำลังกบฏที่ได้รับการสนับสนุนตะวันตกระบุว่ามีการใช้กำลังพลของเกาหลีเหนือเพื่อปฏิบัติการรบในประเทศในนามของซีเรีย หัวหน้าคณะกรรมการการเจรจาชั้นสูงอธิบายว่า“ สองหน่วยของเกาหลีเหนือ” ซึ่งเขาอธิบายว่า "ตาย" ในการประชุมที่กรุงเจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์และบุคลากรชาวเกาหลีเหล่านี้ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นทรัพย์สินที่มีค่าต่อความพยายามในการปราบปรามการก่อความไม่สงบที่ดำเนินการโดยกองกำลังของรัฐบาลซีเรีย การปรับใช้กองกำลังพิเศษไปยังซีเรียยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการสนับสนุนการทำสงครามของซีเรีย และล่าสุดในการแทรกแซงทางทหารของเกาหลีเหนือที่ยาวนานเพื่อสนับสนุนรัฐที่เป็นมิตรกับฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในฝั่งตะวันตก เมื่อกลุ่มอิสลามนำอาวุธยุทโธปกรณ์ล่าสุดจากตะวันตกและกองกำลังพิเศษของยุโรปและสหรัฐอเมริกามาพบกันเพื่อปฏิบัติการร่วมกับพวกเขาในสนามรบการสู้รบในซีเรียน่าจะให้ทหารเกาหลีได้รับประสบการณ์ล้ำค่าในการต่อต้านตะวันตกล่าสุด อาวุธและยุทธวิธี - ความรู้อันมีค่าซึ่งสามารถส่งผ่านไปยังหน่วยงาน KPA ที่เกาหลีเหนือได้ในอนาคต ประสบการณ์ในการต่อสู้ในเมืองและการยึดครองดินแดนของศัตรู ซึ่งเป็นการปฏิบัติการที่ KPA ไม่ค่อยมีมาตั้งแต่สงครามเกาหลีก็มีค่าสูงเช่นกัน เมื่อพิจารณาถึงศักยภาพของหน่วยกองกำลังพิเศษของเกาหลีเหนือ พวกเขาอาจเป็นกองกำลังที่อันตรายและยอดเยี่ยมที่สุดที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบของอิสลามเช่นรัฐอิสลามและอัลกออิดะห์ได้เผชิญหน้าในสนามรบ


ที่มา : https://militarywatchmagazine.com/article/north-korean-special-forces-in-syria-a-look-at-pyongyang-s-assistance-to-damascus-counterinsurgency-operations?fbclid=IwAR3c623-Yfx_R67J3oewWluRzo7wi8oagonx1pI6osNRyixdl2v01wM3Ch0


เขียน แปลและเรียบเรียงโดย: ปฏิภาณ นิกูลกาญจน์