• DEFNET

Merkava Mk.IV vs. M1A2 Abrams มันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ?

อัพเดตเมื่อ: 6 พ.ค. 2019

#DEFNET #M1A2Abrams #MerkavaMkIV #Article

ซ้าย : M1A2 Abrams | ขวา : Merkava Mk.IV

เทียบกันว่าระหว่าง M1A2 Abrams และ Merkava Mk.IV มันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร


เบื้องหลัง

เนื่องจากการสูญเสียอย่างหนักของกำลังรถถังอิสราเอลในสงคราม Yom Kippur กลายเป็นบทเรียนอันล้ำค่าของอิสราเอลในการออกแบบรถถัง Merkava ของตัวเอง ทำให้การออกแบบรถถัง Merkava นั้นได้ให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตพลรถถังก่อนเป็นอันดับแรก


รถถัง Merkava เข้าประจำการกับกองทัพบกอิสราเอลในปี ค.ศ.1979 และได้ถูกใช้งานครั้งแรกในการปฏิบัติการ Operation Peace for Galilee ในปี ค.ศ.1982 ซึ่งสามารถต่อกรกับรถถังซีเรียอย่าง T-62 หรือ T-72 ได้แต่ก็ยังมีการสูญเสียรถถังให้เห็นอยู่ จน Merkava Mk.II รุ่นต่อมาจึงได้ทำการพัฒนาเกราะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในปี ค.ศ.1990 Merkava Mk.III ก็ถูกพัฒนาออกมาพร้อมกับติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 120 มม.ที่ให้พลังทำลายล้างมากกว่าปืนใหญ่ขนาด 105 มม.แบบเดิมที่ติดตั้งให้กับรุ่นก่อนหน้านั้นและในที่สุดรุ่นปัจจุบันคือ Merkava Mk.IV มีการพัฒนาเครื่องยนต์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้นและได้ติดตั้งระบบป้องกันตัวเองแบบ Trophy APS เพื่อใช้สกัดจรวดต่อต้านรถถังได้


ส่วน M1 Abrams นั้นเป็นรถถังที่ออกแบบโดยอเมริกาตั้งแต่ยุค 80 มีชื่อเสียงมากในการทำลายล้างรถถังและยานเกราะของฝ่ายอิรักในช่วงสงครามอ่าว ค.ศ.1990 โดยไม่มีการสูญเสียรถถังจากการยิงของศัตรูแม้แต่คันเดียว


ถึงแม้ว่า M1 Abrams จะได้รับการกล่าวข่านถึงความทนทาน แต่ก็มีการสูญเสียรถถังไปในยุทธการณ์ Iraqi Freedom ในปี ค.ศ.2003 และทางซาอุดีอาระเบียที่ใช้ M1 Abrams รบในเยเมนก็มีการสูญเสียอย่างหนัก ถึงกระนั้น กองทัพสหรัฐฯก็ยังพัฒนากระสุน, เกราะและระบบเซ็นเซอร์ของ M1 Abrams อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันสมัยอยู่เสมอ



อำนาจการยิง

Merkava Mk.IV และ M1A2 Abrams มีอาวุธหลักคือปืนใหญ่ขนาด 120 มม. ที่มีประสิทธิภาพเหมือนกัน เนื่องจากตัวปืนใหญ่นั้นมาจากพื้นฐานเดียวกัน


Merkava ขาดกระสุนยูเรเนียมรุ่นใหม่ๆที่มีใช้งานบนรถถัง M1A2 Abrams ซึ่งมีการพัฒนาเพื่อเจาะเกราะรถถังรัสเซียยุคใหม่เป็นหลัก แต่ด้วยความที่อิสราเอลไม่ได้เผชิญหน้ากับการรบแบบสงครามรถถังมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980 ประกอบกับภัยคุกคามรอบบ้านนั้นไม่ได้มีรถถังสมัยใหม่มากนัก ทำให้อิสราเอลไม่ได้กังวลกับภัยคุกคามรถถังในพื้นที่ใกล้เคียง



แต่ Merkava มีความสามารถในการยิงจรวดต่อต้านรถถังแบบ LAHAT ออกจากปืนหลักได้ ทำให้ Merkava มีขีดความสามารถในการโจมตียานเกราะกับเฮลิคอปเตอร์ในระยะที่ไกลกว่ากระสุนรถถังปกติ ในขณะที่ M1A2 Abrams นั้นไม่สามารถทำได้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้งานจรวด LAHAT ของอิสราเอลเองก็ยังเห็นได้น้อยครั้งมากในสนามรบจริง


จรวดต่อต้านรถถังแบบ LAHAT

Merkava และ M1 Abrams ทั้งคู่ล้วนมีระบบเซ็นเซอร์และระบบควบคุมการยิงที่ทันสมัย รวมทั้งเครือข่ายดาต้าลิงค์เพื่อระบุฝ่ายได้ มีปืนกลรีโมทที่ควบคุมจากในตัวรถถัง ช่วยปกป้องพลรถถังจากการต่อสู้ในสภาพแวดล้อมในเมือง อย่างไรก็ตาม Merkava นั้นมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือการติดตั้งปืน ค.ขนาด 60 มม. ที่สามารถยิงได้จากภายในตัวรถได้ ทำให้ Merkava สามารถโจมตีเป้าหมายในที่กำบังได้ เช่นหลังกำแพงหรืออีกด้านหนึ่งของเนินได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้พลรถถังมีทางเลือกมากขึ้นในการต่อสู้กับศัตรูในสภาพแวดล้อมในเมืองขึ้นมาก



Mobility

รถถัง M1A2 Abrams ถูกออกแบบตามหลักการของรถถังสมัยใหม่เป็นหลัก เน้นการปฏิบัติการในทุกสภาพพื้นที่ทั่วโลก ขณะเดียวกันรถถัง Merkava ถูกออกแบบมาเพื่อรบในสภาพภูมิประเทศของอิสราเอลเป็นหลัก เช่นการรบในทะเลทราย, รบบนภูเขาและการรบในเมือง


Merkava Mk.IV รุ่นใหม่มีเครื่องยนต์ดีเซลแบบ General Dynamics GD883 (MTU883) ที่ให้ความแรง 1,500 แรงม้า ซึ่งมีกำลังแรงม้าเท่ากันกับเครื่องยนต์ Honeywell AGT1500C multi-fuel turbine engine ของ M1 Abrams


ด้วยความที่ Merkava Mk.IV นั้นหนักกว่า M1A2 Abram ทำให้ Merkava Mk.IV สามารถทำความเร็วได้ที่ 64 กม./ชม. เท่านั้น ขณะเดียวกัน M1A2 Abrams ทำความเร็วสูงสุดได้ 67 กม./ชม. ซึ่งแตกต่างกันไม่มากเท่าไหร่นัก



การป้องกัน

M1 Abrams เปิดตัวมาพร้อมกับเกราะรถถังแบบใหม่อย่างเกราะคอมโพสิตของ Chobham ถือว่าเป็นเกราะรถถังที่ก้าวหน้าอย่างมากในยุคนั้น ซึ่งต่อมาก็ได้พิสูจน์ตัวเองในสงครามอ่าวแล้วว่ากระสุนเจาะเกราะรถถังมาตรฐานโซเวียตขนาด 125 มม.ที่ยิงออกมาจากรถถัง T-72 ของอิรักนั้นไม่สามารถทำอะไรเกราะ Chobham ได้เลย (ซึ่งทางผู้เขียนคิดว่าอาจจะเป็นเพราะระยะการยิงที่ไกล ทำให้กระสุน 125 มม.ไม่สามารถทำอะไร Abrams ได้)


Merkava รุ่นแรกนั้นไม่มีเกราะคอมโพสิตแบบที่ Abrams มีแต่อาศัยการออกแบบรถถังให้มีมุมลาดเอียงแทน ซึ่งทำให้กระสุนที่พุ่งเข้าหารถถังนั้นทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหรือเด้งออก (ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับมุมที่ยิงใส่) ซึ่งทำให้รถถังมีโปรไฟล์ที่ต่ำลง ลดการตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งต่อมาในรุ่น Mk.IV ก็ได้รับการติดตั้งเกราะคอมโพสิต แต่ประสิทธิภาพยังด้อยกว่าเกราะยูเรเนียมของ M1A2 Abrams ซึ่งได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด


อิสราเอลประสบปัญหาอย่างหนักจากการที่รถถัง Merkava Mk.II, III และ IV จำนวน 50 คันถูกกลุ่มก่อการร้ายฮิซบุลลอฮ์ใช้จรวดต่อต้านรถถังและระเบิด IED โจมตีในสงครามเลบานอนในปี ค.ศ.2006 ส่งผลให้รถถังอิสราเอลเสียหาย 21 คัน และถูกทำลาย 6 คัน ซึ่งทาง M1 Abrams ของซาอุดิอะราเบียที่รบในเยเมนก็ประสบปัญหาเดียวกัน (เนื่องด้วย Abrams ของซาอุนั้นเป็นรุ่นที่มีเกราะด้อยประสิทธิภาพกว่าเมื่อเทียบกับ Abrams ของสหรัฐฯ)


Merkava IV ถูกยิงด้วยจรวดต่อต้านรถถัง RPG-29 แต่ Trophy APS สามารถสกัดไว้ได้

ซึ่งบทเรียนจากสงครามเลบานอนในปี ค.ศ.2006 นั้นได้นำอิสราเอลไปสู่การคิดค้นระบบป้องกันแบบ APS หรือที่เรียกกันว่า Active Protection System ซึ่งเป็นระบบตรวจจับจรวดที่เข้ามาหารถถังโดยใช้เรด้าห์และทำการยิงหัวรบทำลายจรวดก่อนที่จะเข้าถึงรถถัง ซึ่งทางอิสราเอลเป็นชาติแรกของโลกที่คิดค้นระบบ APS ขึ้นมา ในชื่อว่า Trophy APS ซึ่งได้นำระบบ Trophy นี้ไปติดตั้งบน Merkava Mk.IV กลายเป็นรุ่น Merkava Mk.IVm Windbreaker


ระบบ Trophy APS ของอิสราเอลได้ผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพในสนามรบจริงเมื่อปี ค.ศ.2008 และ 2014 เมื่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ทำการยิงจรวดต่อต้านรถถังแบบ RPG-29 และ AT-14 Kornet ใส่ Merkava Mk.IVm หลายสิบนัด ซึ่งระบบ Trophy APS ได้ทำการสกัดกั้นจรวดที่พุ่งเข้ามาได้อย่างแม่นยำซึ่งไม่มีรถถัง Merkava Mk.IVm สูญเสียในการรบเลยแม้แต่คันเดียว


M1A2 ติดตั้งระบบป้องกันตัวเอง Trophy

ระบบป้องกัน Trophy APS บน Merkava Mk.IVm Windbreaker นั้นกลายเป็นการตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับรถถังหลักในยุคอนาคต ซึ่งทางสหรัฐฯนั้นก็ได้ให้ความสนใจที่จะนำระบบ Trophy APS ของอิสราเอลมาติดตั้งบน M1A2 Abrams ของตัวเองเช่นกัน


การออกแบบภายในของ Merkava นั้นแตกต่างจากรถถังหลักชาติอื่นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถูกออกแบบภายใต้แนวคิดของการรักษาของพลรถถังมาก่อนเป็นอันดับแรก เป็นจุดเด่นของรถถังรุ่นนี้มาตั้งแต่ยังเป็นรุ่นแรก คือการติดตั้งเครื่องยนต์ที่ด้านหน้ารถถังเพื่อดูดซับแรงของกระสุนที่เข้ามาจากทางด้านหน้า ด้านหลังรถถังเป็นห้องขนาดใหญ่ที่มีช่องทางออกขนาดเล็กที่ให้พลรถถังใช้หลบหนีออกจากยานพาหนะในกรณีที่รถถังเสียหายหนักจนไม่สามารถทำการรบต่อได้ รวมถึงสามารถใช้ในการขนส่งทหารราบและทหารที่บาดเจ็บได้ในกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้มีการติดตั้งโซ่ห้อยลูกเหล็กคลุมช่องว่างหลังป้อมปืนที่ถือเป็นจุดอ่อนของรถเพื่อป้องกันจรวดต่อต้านรถถังพุ่งเข้ามาเจาะเกราะตรงจุดอ่อนนี้



Merkava มีโอกาสได้เผชิญหน้ากับศึก M1 Abram หรือไม่?

ในปัจจุบันนั้น ประเทศที่มี M1 Abrams ประจำการในย่านเดียวกับอิสราเอลนั้นมีเพียงแค่ 2 ชาติคืออิยิปต์และอิรัก ซึ่ง Abrams ของทั้ง 2 ชาตินี้มีประสิทธิภาพด้อยกว่า Abrams ของสหรัฐฯ ซึ่งถือว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมีโอกาสปะทะกันระหว่าง Merkava Mk.IV และ M1A2 Abrams เนื่องจากอิสราเอลและชาติอาหรับนั้นเป็นศัตรูกันมาช้านาน แต่อย่างไรก็ตามด้วยความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับอียิปต์ในปัจจุบันที่อยู่ในสถาณะที่ค่อนข้างดีและสถานการณ์ปัจจุบันของอิรักที่ยังคงทำสงครามกับ ISIS นั้นทำให้โอกาสการปะทะกันของรถถัง 2 รุ่นเกิดขึ้นได้ยากมากในปัจจุบัน



ที่มา : https://nationalinterest.org/blog/buzz/armor-death-match-m1-abrams-tank-vs-israels-mighty-merkava-50302?fbclid=IwAR3HcQa-TmsTxZwsbWtoNXuQqDPxBuHMM7idJzApa6EhNAWvhKE3hxwd3WE


แปลและเขียนโดย : ณภัทร ยลละออ


เรียบเรียงโดย : ปุณยกานต์ จุลาภา


ดู 0 ครั้ง