• DEFNET

IAI Super Phantom โคตร F-4 ที่มีดีจนต้องโดนเบรก

#DEFNET #IAI #F4Phantom #Israel

ในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐมีการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ F-15C Eagle ให้เป็นมาตราฐานใหม่ คือ F-15X ซึ่งขีดความสามารถมากขึ้น ทางฝ่ายที่สนับสนุน F-35 จึงเกิดความกังวลว่าและต่อต้านการจัดหาF-15X เพราะอาจจะส่งผลต่อเครื่องF-35 ถึงแม้F-15Xจะไม่ได้มาทดแทนในตำแหน่งของF-35ก็ตาม


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นเพราะเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไปแล้ว


ย้อนกลับไปในช่วงปี1960 เครื่องบินรบหลักของกองทัพสหรัฐก็คือเครื่องF-4 Phantom ซึ่งตอนนั้นมีความทันสมัยมากในยุคนั้น สามารถทำความเร็วได้สูงถึงมัค 2 ติดตั้งเรดาร์ที่มีประสิทธิภาพ และอาวุธจรวดอากาศสู่อากาศแบบทันสมัย โดย กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และ นาวิกโยธินสหรัฐได้มีการใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้


แต่เครื่องบินที่ทันสมัยแบบนี้กลับเจอปัญหา ในในการสู้รบทางอากาศ ในสงครามเวียดนาม เมื่อจรวดที่มันสมัยกลับเชื่อใจในการจัดการไม่ได้เท่าที่ควรและความคล่องตัวที่ไม่สามารถเทียบเท่าเครื่องMig ของกองทัพเวียดนามเหนือได้ รวมไปถึงการฝึกฝนของนักบินสหรัฐที่ีไม่เพียงพอ และการที่เครื่องบินไม่มี "ปืน"


F-4E Phantom II กองทัพอากาศสหรัฐ

หลังจากนั้น จึงได้มีการปรับปรุงเครื่องบินPhantom รุ่นใหม่ ในชื่อ F-4E ที่มีการติดตั้งปืนกลขนาด20มม. Vulcan การปรับปรุงเทคโนโลยีจรวดอากาศสู่อากาศที่ทันสมัยขึ้น และการฝีกแบบAir Combat Maneuver และ เสริมโครงสร้างให้มีความแข็งแรงทำให้เครื่องบินมีความคล่องตัวมากขึ้น ด้วยการปรับปรุงนี้เหล่านี้ทำให้อัตราการสังหารในสงครามเวียดนามดีขึ้น และเครื่องF-4Eนั้นก็ยังถูกใช้งานในความขัดแย้งมั้งในสงครามอิรัก-อิหร่าน และ อาหรับ-อิสราเอล



F-4E Phantom II กองทัพอากาศอิสราเอล

แต่เมื่อเครื่องบินรุ่นใหม่อย่างF-15 F-16 และF/A-18 ที่มีความทันสมัยในการสู้รบทางอากาศมากขึ้น ทำให้F-4E เริ่มลดบทบาทลงไป แต่ช่วยุค80นั้นเอง IAI ของอิสราเอล ได้วางแผนปรับปรุงเครื่องบินขับไล่F-4 "Kurnass" โดยแบบเป็นช่วงแรงคือการปรับปรุงระบบเรดาร์รุ่นใหม่ ระบบแสดงผลในห้องนักบินใหม่ และ จรวดอากาศสู่อากาศรุ่นใหม่ ซึ่งทำควบคู่ไปกับเครื่องขับไล่แบบ LAVI


Pratt&Whitney PW1120 Tubofan

ปี1980 IAI อิสราเอล ได้มีความร่วมมือ กับPratt&Whitney ในการผลิต เครื่องยนต์ รุ่น F100 สำหรับ เครื่องบินขับไล่ F-15 และPW1120 ที่ใช้งานกับเครื่องLAVI ต่อมา1983 Boeing และ Pratt&Whitney เสนอปรับปรุงเครื่องบินF-4 ในชื่อ "Super Phantom" โดยการเปลี่ยนเครื่องยนต์จากเดิมที่F-4 ใช้เครื่อง General Electirc J79 Tubojet เป็นเครื่องงยนต์ Pratt&Whitney PW1120 Tubofan และเสริมโครงสร้างและถังเชื้อเพลิงแบบใหม่ที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ แต่โครงการนี้ก็ถูกตัดงบไปในปี1984


ความแตกต่างระหว่างโครงการ Boeing Super Phantom และ IAI Super Phantom 2000


กรกฏาคม 1986 ขณะที่IAI อิสราเอล กำลังพัฒนา LAVI อยู่ ก็ได้มีการดัดแปลง เครื่องF-4E หลายเลข 336 โดยการใส่เครื่องยนต์ PW1120 เข้าไปทางด้านขวาแทน เครื่องJ79 เพื่อใช้ในการทดสอบเครื่องยนต์ก่อนที่เครื่องF-4Eก็ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ PW1120 ทั้ง2ข้างและได้มีการทดสอบครั้งแรกในเดือนเมษายน 1987 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ "Super Phantom 2000"



ผลการทดสอบ ปรากฏว่าอัตราแรงขับจากเดิม 0.86 เพิ่มเป็น 1.04 เครื่องสามารถไต่ความเร็วได้เพิ่มขึ้น 36% สามารถเร่งความได้เร็วขึ้น 27% และใช้เวลาวิ่งขึ้นน้อยลง 20% นอกจากนี้ด้วยเครื่องยนต์ที่น้ำหนักเบา และ ประหยัดเชื้อเพลิง ทำให้เครื่อง Super Phantom สามารถปฏิบัติภารกิจได้นานขึ้น และ Super Phantom ยังสามารถทำการบินแบบ Supercruise หรือสามารถทำการบินด้วยความเร็วเหนือเสียงได้โดยไม่ต้องนับเปิดสันดาปท้าย ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีเครื่องบินไม่กี่แบบที่สามารถบินแบบนี้ได้


F-4 Super Phantom 2000 ที่ IAI อิสราเอล พัฒนาขึ้น

ไม่กี่เดือนหลังจากขึ้นบินครั้งแรก นักบิน Adi benaya นำเครื่อง Super Phantom 2000 หมายเลข 229 ขึ้นทำการแสดงในงาน Paris Air show ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้รับชม จนมีคนกล่าวว่า การแสดงการบินของSuper Phantom ดุดัน แรงจีสูง ซึ่งมันไม่เหมาะกับเครื่องF-4 เลย แลพทางIAI ที่มาแสดงศักยภาพของPW1120 และ ขายให้กับลูกค้าต่างประเทศ


บางแหล่งข่าวอ้างว่า การปรับปรุง Super Phantom 2000 ใช้งบประมาณ 12ล้านเหรียญ ต่อลำ ซึ่งราคานี้รวมระบบต่างๆและโครงสร้างต่างๆของเครื่องบิน รวมถึงแรงกดดันให้ยกเลิก โครงการLAVI เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างคู่แข่งกับสหรัฐ แล้วเครื่องยนต์ PW1120 ก็ไม่ได้ใช้งานกับเครื่องบินรุ่นอื่นๆ ทำให้ต้นทุนการปรับปรุงSuper Phamtom สูงขึ้นไปด้วย


แต่มีข่าวลือว่า McDonell-Douglas ผู้ผลิตเดิมของ F-4 Phantom เห็นว่าการปรับปรุงเครื่องF-4 ให้เป็น Super Phantom 2000 นั้น มีระบบอวิโอนิคและประสิทธิภาพที่เทียบเท่าหรือเหนือกว่า F/A-18 C/D Hornet ที่ตอนนั้นขายอยู่ที่ราคา 29ล้านเหรียญต่อลำ และ เป็นประเทศที่ใช้เครื่องF-4 อาจจะมีการปรับปรุงเป็นSuper Phantomที่ราคาถูกว่าการจัดหา เครื่องF/A-18 จึงเข้ามาแทรกแซงและขอให้ยกเลิกโครงการนี้ไป ซึ่งเป็นข่าวลือที่มีความเป็นไปได้มาก แต่ก็ไม่ได้มีหลักฐานหรือเอกสารยืนยันแต่อย่างใด


อย่างไรก็ตาม IAI ก็มีการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ F-4E phantom โดยมีการปรับปรุงคันบังคับ Hands On Throttle-And-Stick (HOTAS),เรดาร์ AN/APG-76 Doppler Radar และ จรวดอากาศสู่พื้น Popeye จำนวนทั้งหมด 55ลำ ซึ่งกองทัพอากาศอิสราเอลใช้งานจนถึงปี 2004 และทางIAI ก็ได้มีการปรับปรุงในรูปแบบคล้ายๆกัน ให้F-4E ชองกองทัพอากาศตุรกี เป็นรุ่น Terminator 2020



ปัจจุบันนี้ยังมีหลายประเทศที่ยังใช้งานเครื่องบินF-4 Phantom เช่นตุรกี ญึ่ปุ่น เกาหลีใต้ อิหร่าน ซึ่งบางประเทศก็มีแผนปลดประจำการ บางประเทศก็มีแผนการปรีบปรุงเครื่องรุ่นนี้ แต่คงอาจจะไม่เท่ากับ Super Phantom ได้


ที่มา

https://nationalinterest.org/blog/buzz/1980s-israel-developed-heavy-hammer-f-4-super-phantom-what-happened-44702?fbclid=IwAR0HMMFRL7_Nql18ySyi8OQf6LMxBRvR0IG_2FjCa06zmSNP_kjtLaUHDwY

แปล เขียนและเรียบเรียงโดย: ณภัทร ยลละออ



ดู 0 ครั้ง